06.45 น. ผู้สื่อข่าวจังหวัดจันทบุรี เดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่ง หมู่ 7 ต.ตกพรม อ.ขลุง จ.จันทบุรี โดยบ้านหลังดังกล่าวอยู่แนวชายแดนจันทบุรีและตราด เพื่อพบกับบุคคลที่ปรากฏชื่อเป็นผู้ขอรับสิทธิ์ในโครงการที่ดินของรัฐ หรือ คทช.ตำบลคลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา
ทันทีที่ไปถึง พบ นายสุขจิตต์ กล้างาม อายุ 59 ปี ชาว ม.7 ต.ตกพรหม อ.ขลุง จ.จันทบุรี อาศัยอยู่กับภรรยา และลูกๆ 5 คน สภาพบ้าน เป็นบ้านไม้ยกสูง อยู่ในสวนลึกห่างจากถนนใหญ่ค่อนข้างมาก ฝั่งตรงข้ามเป็นสวนมะม่วงหิมพานต์
สอบถาม นายสุขจิตต์ฯ ยอมรับว่า เป็นคนเดียว กับนายสุขจิตต์ กล้างาม ซึ่งมีชื่อครอบครองที่ คทช. หมู่ 20 ตำบลคลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ในลำดับที่ 6 ตามเอกสารที่ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ฉะเชิงเทรา นำรายชื่อผู้ได้รับสิทธิ์ คทช. มอบให้ กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา และปรากฏในข่าวว่า ที่ดิน สปก. และที่ดิน คทช. ซึ่งจัดสรรให้ชาวบ้านตกอยู่ในมือของบริษัทชาวจีนที่มาทำสวนทุเรียน ตำบลคลองตะเกรา และพื้นที่แปลงสวนทุเรียนตำบลคลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ ตัวเองไม่เคยไปและยืนยันว่า ไม่เคยขอยื่นใช้สิทธิ์ตามโครงการจัดสรรที่ดินของรัฐ (คทช.) ในตำบลคลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา แต่อย่างใด ทุกวันใช้ชีวิตอยู่ที่บ้าน อ.ขลุง รับจ้างเก็บเม็ดมะม่วงหิมพานต์
นายสุขจิตต์ฯ ระบุว่า ไม่ทราบว่าทำไมตัวเองมีชื่อปรากฏเป็นผู้ขอรับสิทธิ์ คทช. ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ และไม่ทราบว่า มีผู้ใดนำเอกสารของตัวเองไปยื่นขอรับสิทธิ์ที่นั่นหรือไม่ แต่ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้มีคนนำเอกสารมาให้ตัวเองเซ็นชื่อ แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียด บอกเพียงว่า จะได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ ของบริษัทผลิตเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ตัวเองจึงเซ็นชื่อ เพราะทุกวันนี้เป็นแค่ลูกจ้างรายวัน หวังเพียงว่าจะได้เป็นพนักงานประจำแค่นั้น และไม่เคยไปที่ จ.ฉะเชิงเทรา
“หลังจากนี้ ผมต้องไปแจ้งความเป็นหลักฐานไว้ก่อนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการมีชื่อปรากฏขอรับสิทธิ์ และครอบครองที่ คทช. ที่ ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อยืนยันความบริสุทธ์ ’ นายสุขจิตต์ กล่าว
ขณะที่ ภรรยา นายสุขจิตต์ฯ เมื่อทราบข่าวว่า จะถูกตัดสิทธิ์ในโครงการที่ดินของรัฐ ทุกประเภท เพราะตรวจพบว่ามีชื่อปรากฏขอรับสิทธิ์ และครอบครองที่ คทช. ที่ ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ และที่ดินดังกล่าว ตกอยู่ในมือทุนจีน ถึงกับน้ำตาคลอเบ้า และแทบจะเป็นลม เนื่องจาก สามีและครอบครัวไม่ได้กระทำผิด และไม่เคยขอยื่นสิทธิ์ ที่ อ.ท่าตะเกียบ แต่อย่างใด และหากภาครัฐ จะบอกว่า เป็นความผิดชาวบ้านที่มีชื่อ คงยอมไม่ได้ และต้องแจ้งความเป็นหลักฐาน
นอกจากนายสุขจิตต์ แล้วยังมีชาวบ้านใน ต.ตกพรม และ ต.ตะปอน อ.ขลุง จ.จันทบุรี อีกหลายคนตกอยู่ในสภาพเช่นเดียวกัน คือ มีชื่อขอรับสิทธิ์และครอบครองที่ คทช. ตำบลคลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา