
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 พ.ต.อ.ธราเทพ ตูพานิช รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจังหวัดจันทบุรี และชุดสืบสวน สภ.แก่งหางแมว ได้เข้าจับกุม นายพิพัฒน์ ขณะกำลังนำเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าขุดสระน้ำและปรับพื้นที่เพื่อเตรียมทำสวนทุเรียนในพื้นที่ต้องสงสัยว่าเป็นป่าสงวน
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบ นายพิพัฒน์ ยืนรอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ โดยอ้างว่า ตนเป็นเจ้าของที่ดิน 50 ไร่ ซึ่งได้ซื้อต่อมาจากชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลแก่งหางแมว เมื่อประมาณ 1 ปีที่แล้ว ในราคา ไร่ละ 100,000 บาท รวมเป็นเงิน 5 ล้านบาท แต่ไม่มีเอกสารสิทธิรับรองการซื้อขาย มีเพียง ผู้ใหญ่บ้านเป็นพยาน
หลังจากเข้าครอบครองที่ดิน นายพิพัฒน์ ได้โค่นต้นยางพาราทิ้งทั้งหมด เพื่อเตรียมปลูกทุเรียน แต่ยังไม่ทันดำเนินการก็ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบและจับกุมเสียก่อน
ด้านพ.ต.อ.ธราเทพ ตูพานิช เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งไม่สามารถครอบครองหรือซื้อขายได้โดยไม่มีเอกสารสิทธ์ และก่อนหน้านี้ ได้แจ้งเตือนไปยังผู้ครองทำกินในเขตป่าแล้ว ว่าห้ามกระทำการใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย หากฝ่าฝืน จะมีการจับกุมทันที ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จึงได้ ควบคุมตัวนายพิพัฒน์ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.แก่งหางแมว พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่
• รถแบ็กโฮ 2 คัน
• รถไถ 1 คัน
• รถบรรทุก 10 ล้อ 1 คัน
• รถบรรทุก 6 ล้อ 3 คัน
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า ที่ดินดังกล่าวมีการขอสิทธิ์ทำกินตามนโยบาย คทช. หรือไม่ รวมถึงสืบสวนเพิ่มเติมว่า มีขบวนการบุกรุกป่าสงวนแปลงนี้เกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นหรือเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่
เบื้องต้น นายพิพัฒน์ ถูกแจ้งข้อหา “บุกรุก ยึดถือ ครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย” และ “กระทำการแผ้วถางป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับตามพระราชบัญญัติป่าไม้