
นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการส่งน้ำและบํารุงรักษาปัตตานี โดยมี นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายภูผา ลิกค์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ โครงการส่งน้ำเเละบำรุงรักษาปัตตานี ต.ตาแซะ อ.เมือง จ.ยะลา
รมช.อิทธิ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (16 ก.พ.68) เขื่อนปัตตานีมีปริมาณน้ำเก็บกักรวมทั้งสิ้น 5.50 ล้าน ลบ. หรือคิดเป็นร้อยละ 70 ของความจุอ่างฯ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขื่อนปัตตานีได้ทำหน้าที่บริหารจัดการน้ำอย่างเต็มศักยภาพ แต่เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่ลาดชัน เมื่อเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องจึงส่งผลให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนในช่วงน้ำท่วม และปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้ง และเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 17 จึงได้วางแผนเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ ด้วยการเสริมสัน spillway ให้สามารถเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักได้ 1 แสน ลบ.ม. พร้อมขุดลอกตะกอนดิน เพื่อเพิ่มความจุให้ได้รวม 8.5 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการแล้วบางส่วน
นอกจากนี้ ยังมีแผนงานด้านการบรรเทาอุทกภัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยขยายคลองระบายน้ำ ขยายคลองส่งน้ำ ก่อสร้างคันป้องกันน้ำท่วม และขุดลอกคลองระบายน้ำหลัก เพื่อตัดยอดน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากระบายลงสู่อ่าวไทย ช่วยลดผลกระทบต่อพื้นที่ตัวเมือง ซึ่งหากดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมด จะช่วยลดปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเมืองปัตตานีและพื้นที่บางส่วนของจังหวัดยะลา ลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ สามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นอย่างมาก
“ได้กำชับกรมชลประทานให้เร่งดำเนินการแผนงานทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำและแผนขุดลอกให้เร็วที่สุด โครงการใดที่สามารถทำได้ก่อนให้ทำทันที เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยทั้งระบบ สำหรับโครงการอื่นๆ ให้ศึกษาความเหมาะสมและสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่” รมช.อิทธิ กล่าว
สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำของกรมชลประทานที่ทำการก่อสร้างจนถึงปัจจุบันในจังหวัดยะลา มีจำนวน 286 โครงการ พื้นที่รับประโยชน์ทั้งหมด 190,431 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่จำนวน 8 อำเภอ