ไหหลำเริ่มเก็บเกี่ยว ‘ทุเรียน’ ปลูกในจีนชุดแรก

เริ่มแล้ว! เก็บผลผลิตทุเรียนที่ปลูกในจีนชุดแรก ซึ่งอยู่ระหว่างเก็บเกี่ยวในมณฑลไห่หนาน(ไหหลำ) ทางตอนใต้ของจีน

ทุเรียนในตลาดจีนส่วนใหญ่ ถูกนำเข้าจากกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมักถูกเก็บเกี่ยวที่ความสุกร้อยละ 70-80 ซึ่งจะส่งผลดีต่อรสชาติ

เมื่อไม่นานนี้ กระแสข่าวทุเรียนที่ปลูกในมณฑลไห่หนาน(ไหหลำ) ทางตอนใต้ของจีน เตรียมออกวางตลาดในประเทศช่วงปลายเดือนมิถุนายน ได้ก่อให้เกิดความสนใจในหมู่ผู้บริโภค

บรรดาคนวงใน มองว่า การผลิตทุเรียนภายในประเทศของจีนไม่ได้มีแนวโน้มแปรเปลี่ยนทิศทางการบริโภคทุเรียนของจีนที่พึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก และ’ทุเรียนไทย’ ยังเป็นที่ต้องการของตลาดจีนเนื่องจากการผลิตทุเรียนในจีนยังอยู่ระยะแรกเริ่มเหมือนเด็กทารกหัดตั้งไข่ ไม่ได้มีพื้นที่เพาะปลูกมากมาย รวมถึงมีไม่กี่มณฑลที่สามารถปลูกได้ ทั้งจีนยังเป็นประเทศผู้บริโภคทุเรียนรายใหญ่ด้วย

IMG 5065

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่แปลงปลูกทุเรียนของบริษัท ไห่หนาน โยวฉี อะกรีคัลเจอร์ จำกัด ในเมืองซานย่า ซึ่งถือเป็นฐานปลูกทุเรียนขนาดใหญ่ที่สุดของจีนในปัจจุบันด้วยขนาด 1.2 หมื่นหมู่ (ราว 5,000 ไร่)

ปัจจุบันทุเรียนที่ฐานปลูกแห่งนี้เริ่มสุก และทยอยถูกเก็บเกี่ยวเพื่อส่งขาย าตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายนซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าทุเรียนเหล่านี้จะช่วยลดราคาหรือกระทบความต้องการทุเรียนนำเข้าหรือไม่

ตู้ไป่จง จากฐานปลูกทุเรียนแห่งนี้ เผยว่า ตอนนี้ไห่หนานมีการปลูกทุเรียนรวมกว่า 3 หมื่นหมู่ (ราว12,500 ไร่) แต่มีทุเรียนสุกพร้อมส่งขายในปีนี้เพียง 1 พันหมู่ (ราว 416 ไร่) หรือคิดเป็นปริมาณราว 50 ตัน

IMG 5062

แม้ไห่หนาน จะเป็นแหล่งผลิตทุเรียนแห่งหลักของจีน แต่ยังคงมีพื้นที่ที่เอื้อต่อการปลูกทุเรียนอยู่อย่างจำกัดมาก โดยต่อให้มีพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น 10 เท่า ก็ยังถือเป็นแหล่งผลิต “ขนาดเล็ก” อยู่ดี

“การปลูกทุเรียนภายในประเทศอาจได้ลดต้นทุนในการขนส่ง แต่ผลผลิตยังเป็นส่วนน้อยมากสำหรับส่วนแบ่งของตลาด” ตู้กล่าว พร้อมเสริมว่าผู้ประกอบการไม่ได้คิดเร่งเพิ่มการลงทุนและพื้นที่ปลูกอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าด้วย

ผู้บริโภคชาวจีน ชื่นชอบ “ราชาแห่งผลไม้” อย่างทุเรียนกันมากจนทำให้จีนกลายเป็นตลาดผู้บริโภคทุเรียนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยทุเรียนเกือบทั้งหมดในจีนมาจากการนำเข้า ซึ่งข้อมูลสถิติพบว่าจีนนำเข้าทุเรียนในปี 2022 สูงถึง 8.25 แสนตัน และส่วนใหญ่มาจากไทย

IMG 5064

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ จาก : สำนักข่าวซินหัว(Xinhua)