นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรม “จากพันธุกรรม สู่ความยั่งยืน” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 6 เมษายน 2568 ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ปทุมธานี โดยเยี่ยมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ ของหน่วยงานในสังกัด และภาคีความร่วมมือ ภาครัฐและเอกชน พร้อมมอบเกียรติบัตรให้กับสมาชิกเครือข่ายใหม่ จำนวน 18 ราย จากนั้น ร่วมปลูกต้นจำปีสิรินธร ณ บริเวณโซนพรรณไม้สีม่วง โดยมี นายภูผา ลิกค์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การจัดงานมหกรรม “จากพันธุกรรม สู่ความยั่งยืน” มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 70 พรรษา 2 เมษายน 2568 และเผยแพร่ความสำคัญของทรัพยากรไทย ที่เป็นมรดกทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ สถาบันพระมหากษัตริย์จึงให้ความสำคัญกับการดูแล อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของทรัพยากร ทั้งดิน น้ำป่า พันธุกรรมพืช สัตว์ ตลอดจนภูมิปัญญา วิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่อยู่บนแผ่นดินไทย อีกทั้ง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มุ่งเน้นการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวทางดังกล่าว เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างยั่งยืน
รมช.อิทธิ ได้กล่าวถึงความสำคัญของพันธุกรรมท้องถิ่นว่า พันธุกรรมท้องถิ่นทั้งพืชและสัตว์ ถือเป็นหัวใจสำคัญของความมั่นคงทางอาหาร และเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน การรักษาความหลากหลายทางพันธุกรรมพืชและอาหาร เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และขานรับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์) ที่มุ่งให้ “เกษตรกรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน” อีกด้วย
ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวเพิ่มเติมว่า พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ มีภารกิจในการเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพของพระมหากษัตริย์ไทย และพระบรมวงศานุวงศ์ด้านการเกษตร รวมถึงเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยภายในงานประกอบด้วยนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ 70 พรรษา พระบารมีแห่งเจ้าฟ้านักพัฒนาด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมและด้านการส่งเสริมโภชนาการ นิทรรศการเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ เกี่ยวกับการอนุรักษ์พันธุกรรมพื้นบ้านตามพระราชดำริ ในหัวข้อ “พันธุกรรม มรดกชีวิต มรดกแผ่นดิน” นิทรรศการ “สนองพระราชปณิธาน เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรไทยสืบไป” จากหน่วยงานภาคีความร่วมมือ ภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ดำเนินงานสนองพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรไทย 17 หน่วยงาน และนิทรรศการพิเศษ Wisdom Craft Coffee จากกาแฟไม่กี่ต้นบนยอดดอยสูง ขยายผลสู่ภาคพื้นยกระดับชีวิตราษฎร ภายในงานยังมีการอบรมวิชาของแผ่นดิน และอบรมเชิงปฏิบัติการ ฟรี 12 หลักสูตร จากวิทยากรมากประสบการณ์เพื่อสร้างอาชีพให้กับประชาชน เกษตรกร ได้นำไปประยุกต์ให้สอดคล้องกับภูมิสังคมเพื่อพัฒนาให้เกิดความยั่งยืน”
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับครอบครัวและเยาวชน อาทิ การเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา พิพิธภัณฑ์มหัศจรรย์พันธุกรรม การเปิดตัวนิทรรศการ “Echoes of Life เสียงแห่งทรัพยากร” ซึ่งใช้เทคโนโลยี Projection Mapping เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่แปลกใหม่ ตลอดจน Immersive Art ที่นำเสนอความงดงามของพรรณไม้ในพระนามาภิไธยและสัตว์สงวนใกล้สูญพันธุ์ และพิพิธภัณฑ์ป่าดงพงไพร โดยเปิดให้เข้าชมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาการจัดงาน
จึงขอเชิญชวนประชาชน ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานมหกรรม “จากพันธุกรรม สู่ความยั่งยืน” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 6 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ปทุมธานี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทรศัพท์ 02-529-2212-13, 087-359-7171 คลิกดูรายละเอียดได้ที่ www.wisdomking.or.th หรือ Facebook @wisdomkingmuseum และ YouTube พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ