สมาคมปศุสัตว์แห่งชาติสหรัฐ (NCBA) ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังจากที่ทรัมป์ประกาศนโยบายเรียกเก็บภาษีตอบโต้จากประเทศคู่ค้าบางประเทศ โดยมีเนื้อหาดังนี้
“เกษตรกรและผู้เลี้ยงวัวของอเมริกาต้องเผชิญกับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมจากคู่ค้าระหว่างประเทศมาเป็นเวลานาน ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังดำเนินการเพื่อขจัดอุปสรรคทางการค้าที่กีดกันไม่ให้ผู้บริโภคต่างประเทศเข้าถึงเนื้อวัวคุณภาพสูงและปลอดภัยจากสหรัฐ NCBA พร้อมจะร่วมมือกับทำเนียบขาวต่อไป เพื่อรับประกันว่าเกษตรกรอเมริกันจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม และสามารถขยายโอกาสส่งออกสู่ตลาดโลกได้มากขึ้น”
NCBA บอกว่าที่ผ่านมา เนื้อวัวจากสหรัฐต้องเผชิญกับข้อจำกัดทั้งในรูปแบบภาษีและอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีในหลายประเทศ เช่น:
ออสเตรเลีย: ส่งออกเนื้อวัวไปยังสหรัฐได้มากถึง 29,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่สหรัฐไม่สามารถส่งออกเนื้อวัวสดไปยังออสเตรเลียได้เลย เนื่องจากข้อจำกัดที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์
เวียดนาม: เรียกเก็บภาษี 30% จากเนื้อวัวสหรัฐแต่ยกเว้นภาษีให้เนื้อวัวจากออสเตรเลีย
ประเทศไทย: กำหนดภาษีสูงถึง 50% สำหรับเนื้อวัวจากสหรัฐ
บราซิลและปารากวัย: แม้มีประวัติการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อย แต่ยังได้รับอนุญาตให้เข้าถึงตลาดสหรัฐ
สหภาพยุโรป: ใช้ข้อกำหนดภายใต้ “ข้อตกลง Green Deal ที่ไม่สอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์ในการจำกัดการนำเข้าเนื้อวัวจากสหรัฐ
NCBA ยืนยันว่าเกษตรกรอเมริกันผลิตเนื้อวัวที่มีคุณภาพและความปลอดภัยระดับสูงสุด และจะยังคงผลักดันนโยบายเพื่อขยายตลาดและเพิ่มรายได้ให้ผู้ผลิตในสหรัฐต่อไป