10.00 น. พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ (ผบก.ปทส.) นำกลังตำรวจ ปทส. พร้อมชุดพยัฆค์ไพร ประสานตำรวจ สภ.ตกพรหม อ.ขลุง จ.จันทบุรี เข้าตรวจสอบแปลงเพาะปลูกทุเรียน และสวนกล้วยขนาดใหญ่ ในพื้นที่ ม.1 ต.บ่อเวฬุ อ.ขลุง จ.จันทบุรี หลังส่งทีมสืบสวนลงพื้นที่หาข้อมูลเนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่า มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนฯ เพื่อปลูกทุเรียน นอกจากนี้ยังพบสิ่งปลูกสร้าง และสร้างถนนคอนกรีตเข้าในพื้นที่ มีการติดตั้งเสาไฟ ส่งกระแสเข้าไปในพื้นที่ด้วย
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ ไม่พบคนดูแลสวนทุเรียน และไม่มีใครมาแสดงตัวเป็นเจ้าของ พบเพียงถังฉีดยาวางอยู่ คาดว่าคนงานน่าจะรู้ตัวและหลบหนีไปก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบ ภายในสวนพบมีการจัดพื้นที่เพาะปลูก แบ่งเป็นทุเรียน และสวนกล้วย ตรงกลางพื้นที่เป็นพื้นที่ลาดต่ำ มีการขุดบ่อน้ำขนาดใหญ่เพื่อใช้ในพื้นที่ นอกจากนี้
พล.ต.ต.วัชรินทร์ฯ เปิดเผยว่า พื้นที่ตรงนี้ ได้รับรายงานจากกรมป่าไม้ ว่า เป็นพื้นที่ที่มีการปลูกทุเรียน เคยได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ให้ทำประโยชน์เกษตรกรรม หมดสัมปทานปี 2546 จากนั้นมีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตพื้นที่นี้เป็นเขตปฎิรูปที่ดินแต่ถูกกันออกไป เพราะเห็นว่า ยังคงเป็นพื้นที่ป่าไม้ที่มีสภาพสมบูรณ์ การปลูกทุเรียนตรงนี้ จึงถือเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติฯ
สำหรับการลงพื้นที่ตรวจสอบวันนี้ จะวัดเฉพาะพื้นที่ที่ถูกกันออก โดยเชิญเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และ ส.ป.ก.มาดูพื้นที่จริงและตรวจวัด ว่า มีพื้นที่การเพาะปลูกบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติมากเพียงใด เพื่อดำเนินคดีตามจำนวนเนื้อที่ที่บุกรุก โดยจะไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ตกพรม มี บก.ปทส.เป็นผู้แจ้งความร้องทุกข์ คาดว่า จะสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องได้ไม่ยาก และต้องสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับทุนใหญ่ เพราะลักษณะพื้นที่เป็นที่สูง เป็นหุบ มีการขุดบ่อน้ำ ต้องใช้งบประมาณในการวางระบบน้ำจำนวนมาก ต้องใช้ทุนสูงหลายร้อยล้านบาท จากการสืบสวนยังเป็นทุนไทยอยู่ แต่จะเกี่ยวกับทุนจีนหรือไม่ ขอเวลาสอบสวนต่อ และอาจส่งต่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI รับเป็นคดีพิเศษ
เบื้องต้น คาดว่าพื้นที่แปลงใหญ่สุด มีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 400 ไร่ ซึ่งเป็นแปลงแรกที่มีการตรวจสอบ อยู่ในเขตป่าสงวนฯ ชัดเจน ส่วนแปลงอื่นจะเร่งขยายผลตรวจสอบในวันนี้