วันที่ 3 มีนาคม 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ครม. อนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ เรื่องโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบเพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืน โดยอนุมัติงบกลางปี 2568 วงเงิน 1,622.60 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการในการชดเชยเรือประมง จำนวน 923 ลำ ทั้งนี้ เป็นการจ่ายเงินเยียวยาให้แก่เรือประมงที่ประสงค์จะเลิกอาชีพทำการประมงและเรือประมงพาณิชย์ที่เหลืออยู่
สืบเนื่องจากกรมประมงได้จัดทำโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ เพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืน โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
1. วัตถุประสงค์
1.1 เพื่อบริหารจัดการกองเรือประมงพาณิชย์ โดยรักษาความสมดุลของจำนวนเรือประมงพาณิชย์กับปริมาณสัตว์น้ำที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน
1.2 เพื่อนำเรือประมงออกนอกระบบอย่างถาวร ตามแผนการบริหารจัดการประมงทะเลของประเทศไทย
1.3 เพื่อส่งเสริมชาวประมงให้ได้มีโอกาสประกอบอาชีพอื่น
1.4 เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวประมงสามารถนำเรือประมงไปประกอบอาชีพอื่นนอกภาคประมง
2.เป้าหมาย
เรือประมงกลุ่มเรือที่ได้รับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ที่มีความประสงค์จะเลิกอาชีพ ทำการประมง ที่ผ่านการตรวจสอบและเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการนำเรือออกนอกระบบ เพื่อการจัดการทรัพยากร ประมงทะเลที่ยั่งยืน และคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ โดยมีผลตรวจสอบคุณสมบัติเป็นเรือประมงกลุ่มขาว และได้รับการประเมินราคาค่าใช้จ่ายในการนำเรือประมงออกนอกระบบ จำนวน 923 ลำ วงเงิน 1,622,605,300 บาท ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
2.1 กลุ่มเรือที่ประสงค์แยกชิ้นส่วนหรือทำลายเรือ โดยการแยกชิ้นส่วนให้สิ้นสภาพ จำนวน 873 ลำ เป็นเงิน 1,517,870,400 บาท
2.2 กลุ่มเรือที่ประสงค์แยกชิ้นส่วนหรือทำลายเรือ โดยการนำไปใช้ประโยชน์อื่น เช่น ร้านกาแฟ ห้องสมุด โรงแรม ที่พัก เป็นต้น จำนวน 3 ลำ เป็นเงิน 1,034,600 บาท
2.3 กลุ่มเรือที่ประสงค์เปลี่ยนประเภทเรือ เช่น เรือลากจูง เรือโดยสาร เรือบรรทุกสินค้าเป็นต้น จำนวน 47 ลำ เป็นเงิน 103,700,300 บาท
3. ระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี