เวลา 14.30 น. นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือถึงปัญหาการเข้าไปในครอบครองที่ในอ่างเก็บน้ำเขื่อนคิรีธาร ต.บ่อเวฬุ อ.ขลุง จ.จันทบุรี มีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวร่วมให้ข้อมูลและสอบถามถึงแนวทางและทางออกการแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าว
ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ระบุว่า ชาวบ้านในพื้นที่หลายครอบครัวเข้ามาอยู่ในพื้นที่ก่อนที่จะมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำจริง และเมื่อมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ เพื่อใช้ประโยชน์สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า เมื่อปี 2526 จึงได้มีการจัดสรรที่ให้ชาวบ้านได้อยู่ใหม่ในบริเวณรอบอ่าง เมื่อปี 2545 มีการประกาศเขต ส.ป.ก.ทับลงไปทับอ่างทั้งหมด จึงเกิดปัญหามาจนถึงปัจจุบัน เพราะหลายพื้นที่ยังมิได้ มีการจัดที่ดินและออกหนังสืออนุญาตฯ จาก ส.ป.ก.
นายมนต์สิทธิ์ฯ ระบุว่า การบุกรุกพื้นที่ป่าในจังหวัดจันทบุรี เจ้าหน้าที่มิได้นิ่งนอนใจ มีการจับกุมดำเนินคดี แต่ยังพบว่า มีการกระทำผิดซ้ำและมีการจับซ้ำ สิ่งสำคัญอยากให้มีการแยกเป็นรายกรณีเพราะบางพื้นที่เป็นการเข้ามาอยู่ของชาวบ้านก่อนประกาศเขตป่า เพื่อทำกินจริงๆแต่หากเป็นกรณีนายทุน ไม่ว่าจะเป็นทุนไทย ทุนต่างชาติ หากมีข้อมูลทางจังหวัดฯ ก็ไม่เอาไว้
นายสุเทพ มีกระโดน อดีตกำนัน ต.บ่อเวฬุ และนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จ.จันทบุรี ยืนยันว่า ที่ดินบริเวณรอบอ่างคิรีธาร เป็นของชาวบ้านในพื้นที่ที่ทำกิน และไม่มีนายทุนอยู่เบื้องหลัง ที่สำคัญชาวบ้านที่ได้รับสิทธิ จะไม่มีการขายเปลี่ยนมือไปให้คนอื่น และอยากให้ภาครัฐให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านในพื้นที่ด้วย
ด้านนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เปิดเผยว่า ทราบปัญหาในพื้นที่อ่างเก็บน้ำคิรีธารแล้วจากนี้กรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา จะเป็นตัวกลางเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปให้ข้อมูล และหาทางออกร่วมกัน รวมถึงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
สิ่งสำคัญได้ฝากไปถึงชาวบ้าน อย่าไปบุกรุกพื้นที่ป่า และขอให้ช่วยกันแจ้งข้อมูลการบุกรุกพื้นที่ป่ามายังเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกัน เนื่องจากใกล้อ่างเก็บน้ำคิรีธาร มีพื้นที่ป่าเราราว 200,000 กว่าไร่ ที่ต้องรักษาไว้