นายเอกชัย แสนดี หัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน เดินทางไปที่ สภ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา แจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของไร่อ้อย ม.6 ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ หลังผลผ่าพิสูจน์ช้าง ยืนยันชัดเจนว่า ช้างตัวดังกล่าวตายเพราะถูกกระแสไฟฟ้าช็อต เนื่องจากพบรอยไหม้ผิวหนังฉีกขาดบริเวณใต้ลำงวง 2 ตำแหน่ง และรอยไหม้บริเวณเพดานปาก 1 ตำแหน่ง
หัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน ช้างตัวดังกล่าว อายุประมาณ 20 ปี น้ำหนักประมาณ 6 ตัน ชาวบ้านเรียกกันว่า “ เดี่ยวซ้าย ” เพราะมีงาข้างซ้าย ข้างเดียว พบว่า ตาย เมื่อวานนี้(20/2/68) เวลา 10.58 น. บริเวณบ้านธรรมรัตใน ม.6 ต. คลองตะเกรา อ. ท่าตะเกียบ จ. ฉะเชิงเทรา ซึ่งอยู่นอกเขตฯพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่า
จึงได้ประสาน ทีมสัตวแพทย์ ประจำส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ร่วมกับทีมสัตวแพทย์ ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ (2 ) กระบกคู่ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เจ้าหน้าที่ทหารพราน 1306 และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครในพื้นที่ ได้ร่วมตรวจสอบและผ่าชันสูตรซากช้างป่าตัวดังกล่าว ณ หน่วยพิทักษ์ป่าเขาใหญ่ ต.พลวงทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี
ผลการชันสูตรซากพบของเหลวคั่งในเยื่อหุ้มหัวใจ พบเลือดคั่งบริเวณผิวหัวใจ ภายในกระเพาะอาหาร มีอาหารอยู่เต็มกระเพาะ ลักษณะเป็นเยื่อใยสีเหลืองปนเขียว กลิ่นคล้ายกากน้ำตาล สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นอ้อยที่ช้างป่าเพิ่งกิน และยังตรวจพบรอยไหม้ผิวหนังฉีกขาดบริเวณใต้ลำงวง 2 ตำแหน่ง และรอยไหม้บริเวณเพดานปาก 1 ตำแหน่ง ผลการชันสูตรซากช้างป่าสันนิษฐานสาเหตุการตาย น่าจะเกิดจากการถูกไฟฟ้าดูด ทำให้หัวใจวายเฉียบพลัน และเสียชีวิตทันที
ในที่เกิดเหตุยังพบ ขดลวด ร่องรอยการรื้อเสา และอื่นๆที่ใช้เป็นหลักฐานได้เป็นจำนวนมาก จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ ให้ดำเนินคดีกับเจ้าของที่ดินแปลงดังกล่าว ตามความผิด พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ม.12 และ พ.ร.บ.ส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม .ม.97 และการกระทำดังกล่าวพิสูจน์ให้เห็นว่าเจตนาฆ่า และทำลายหลักฐาน