
พ.ต.อ.ประติพัฒน์ ภูมลี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรมะขาม จ.จันทบุรี ลงนามในคำสั่งที่ 14/2568 ให้ ร.ต.ท.คำมี เหมือดนอก รองสารวัตร(งานป้องกันปราบปราม) สถานีตำรวจภูธรมะขาม สายตรวจตู้ยามวังแซ้ม ต.วังแซ้ม อ.มะขาม จ.จันทบุรี ให้มาปฏิบัติหน้าที่ควบคุมผู้ต้องหาประจำสถานีตำรวจภูธธรมะขาม ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
ตู้ยามวังแซ้ม เป็นจุดให้บริการประชาชนที่ใกล้กับจุดที่มีการบุกรุกป่า และเป็นจุดแรกที่ใช้สำหรับตรวจบุคคลเข้า-ออก ในพื้นที่ ทำให้นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สว.จันทบุรี นำปัญหาการบุกรุกไปอภิปรายในสภา เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ว่า มีการตัดไม้ทั้งกลางวัน และกลางคืน เสียงดังสนั่นหวั่นไหว รวมถึงมีการขนไม้ออกจากป่านำไปแปรรูปด้วย เหตุใดเจ้าหน้าที่จึงไม่ทราบ
ขณะที่ข้อมูลจากนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ปธ.กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา และชุดพยัคฆ์ไพร ที่ได้รับจากผู้แจ้งเบาะแส พบว่า ขบวนการรุกป่าเขาบ่อทอง ต.วังแซ้ม มีนายทุน ร่วมมือกับข้าราชการตำรวจบางนาย ยศ ‘ร.ต.ท.’ เปิดป่า ตัดไม้ ขนไม้ และปรับสภาพพื้นที่ป่าสมบูรณ์จนได้รับความเสียหาย แต่ต้องรอชุดพยัคฆ์ไพร เปิดหลักฐานออกมา ว่า ‘ ร.ต.ท. ‘ นายดังกล่าว สังกัดไหน และอยู่ในพื้นที่หรือไม่
ด้าน พ.ต.อ. ธราเทพ ตูพานิช รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้ว 3-4 ปาก และมี 2 คน แม่-ลูก อ้างสิทธิ์เป็นผู้ครอบครองที่ดังกล่าว ราว 900 ไร่ เจ้าหน้าที่จึงขอดูเอกสารการครอบครอง ซึ่ง 2 แม่-ลูก อ้างว่า เป็นที่ ภ.บท.5
นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สว.จันทบุรี เปิดเผยว่า การนำปัญหาดังกล่าวไปอภิปรายในสภา ไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้งใคร หรือหน่วยงานใด แต่เป็นข้อมูลที่ประชาชนร้องไปที่ กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา โดยตรง การอภิปราย ก็เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่กำลังลุกลามหนักมากในพื้นที่ป่าของจังหวัดจันทบุรี หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่หยุดยั้ง หรือปราบปราม ทรัพยากรป่าไม้ในจังหวัดจันทบุรี จะไม่เหลือไว้ให้คนรุ่นหลัง ที่สำคัญป่าไม้ในจังหวัดจันทบุรี ถือว่า เป็นป่าที่สมบูณณ์มากอีกแห่งในพื้นที่ภาคตะวันออก จึงต้องรักษาไว้