วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 09.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์ชุติพนธ์ ศิริมงคลรัตน์ ผู้อำนวยการกองสารวัตรและกักกัน นายพินิจ สวัสดิรักษา ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา นายสุราษฎร์ สัทธิง ปศุสัตว์จังหวัดสตูล และเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามคณะ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการด่านศุลกากรสะเดา จังหวัดสงขลา เพื่อรับทราบผลการปฏิบัติงานของด่านกักกันสัตว์สงขลา ด่านตรวจพืชสะเดา และศูนย์บริหารจัดการด่านตรวจประมง เขต 8 (สงขลา) ในการนี้ได้มอบนโยบายการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ พร้อมเยี่ยมชมพื้นที่ตรวจปล่อยสินค้าศุลกากร (ขาออก) ณ ด่านศุลกากรสะเดา ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
กรมปศุสัตว์ โดยนายณัฐชัย วรสุทธิ์ หัวหน้าด่านกักกันสัตว์สงขลา ได้รายงานผลการปฏิบัติงานว่า การส่งออกสินค้าปศุสัตว์ผ่านด่านศุลกากรสะเดาและปาดังเบซาร์เติบโตต่อเนื่อง ในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา โดยมีสินค้าหลัก ได้แก่ โค-กระบือมีชีวิต เนื้อสัตว์ปีกแช่แข็ง ไข่ไก่เพื่อการบริโภคส่งออกไปสิงคโปร์ผ่านมาเลเซีย ส่วนโค-กระบือมีชีวิตผ่านด่านชายแดนใต้ยังมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งนี้ ในส่วนการส่งออกกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงสำเร็จรูป ยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ขณะที่ Dog Chews และ Pet Treats มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงความนิยมของสินค้ากลุ่มนี้ในตลาดต่างประเทศ โดยทั้งด่านศุลกากรสะเดาและด่านศุลกากรปาดังเบซาร์มีบทบาทสำคัญในการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าพัฒนามาตรฐานคุณภาพสินค้า และเสริมศักยภาพด้านโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมส่งออก
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทยมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเนื้อสัตว์ปีกแช่แข็ง อาหารสัตว์เลี้ยง และโค-กระบือมีชีวิต หากสามารถพัฒนาห่วงโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพ ไทยจะสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำด้านการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ในภูมิภาคอาเซียนได้ในระยะยาว โดยกรมปศุสัตว์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังผลักดันมาตรการเพิ่มขีดความสามารถด้านส่งออก ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมโรคสัตว์ หรือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยปีที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึด ซากสัตว์ลักลอบนำเข้า