“อะโวคาโดตาก” GI ไม่ฉ่ำน้ำ รสสัมผัสเหนียวหนึบ มัน กลิ่นหอม

“อะโวคาโดตาก” หรือ Tak Avocado หรือ Avocado Tak หมายถึง อะโวคาโดพันธุ์แฮสส์ พันธุ์บัคคาเนียร์ พันธุ์ปีเตอร์สัน พันธุ์พิงเคอร์ตัน พันธุ์บูท 7 พันธุ์ปากช่อง 2 – 8 พันธุ์รูเฮิล และพันธุ์พื้นเมือง ที่มีลักษณะเนื้อสีเหลืองอ่อน หรือสีเหลือง หรือสีเหลืองอมเขียว ส่วนเนื้อติดเปลือกเป็นสีเขียว ไม่ฉ่ำน้ำ รสสัมผัสเหนียวหนึบ รสชาติมัน ปลูกบนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งแต่ 400 – 1,200 เมตร ในเขตพื้นที่จังหวัดตาก ทั้งนี้กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประกาศให้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) “อะโวคาโดตาก” เมื่อ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566

พันธุ์ 08 1 1024x768 อะโว


การเตรียมพันธุ์

ต้นพันธุ์อะโวคาโด ต้องเป็นพันธุ์แฮสส์ พันธุ์บัคคาเนียร์ พันธุ์ปีเตอร์สัน พันธุ์พิงเคอร์ตัน พันธุ์บูท 7 พันธุ์ปากช่อง 2 – 8 พันธุ์รูเฮิล และพันธุ์พื้นเมือง โดยต้นพันธุ์ต้องมีลักษณะสมบูรณ์ ปราศจากโรคและแมลง โดยเลือกยอดที่มีลักษณะตาและใบที่เต่งสมบูรณ์ มีขนาดเหมาะสมกับต้นตอที่ใช้ และต้นต่อต้องเป็นการขยายพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเมล็ด ซึ่งต้นพันธุ์และต้นตอที่จะทำการขยายพันธุ์จะต้องนำมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น มูลนิธิโครงการหลวง สถานีวิจัยปากช่อง เป็นต้น รวมถึงสายพันธุ์จากพื้นที่จังหวัดตาก

พันธุ์ 08 5 1024x768 อะโว 1

การปลูก

(1) การเตรียมพื้นที่ปลูก ควรเตรียมพื้นที่ไว้ล่วงหน้า เพื่อทำการปรับหน้าดิน สำหรับพื้นที่สูงที่มีความลาดชันควรจัดทำระบบอนุรักษ์น้ำและดิน เช่น ทำชั้นบันไดดิน หรือปลูกหญ้าแฝกขวางความลาดเทของพื้นที่ เป็นต้น วางผังปลูก และทำการไถพรวนแปลงปลูก ปักไม้ตามระยะระหว่างหลุม แถว และต้นตามต้องการหลังจากนั้นเตรียมหลุมปลูกอะโวคาโด

(2) การเตรียมหลุมปลูก ควรมีความกว้าง 50 เซนติเมตร x ยาว 50 เซนติเมตร x ลึก 50 เชนติเมตร ทำการผสมปุ๋ยคอกคลุกเคล้ากับดินที่ขุดขึ้นมาแล้วใส่ลงไปในหลุม หลังจากนำต้นพันธุ์ลงหลุมปลูกแล้วให้คุมผิวหน้าดินบริเวณหลุมปลูก หรือตามความเหมาะสมของพื้นที่

พันธุ์ 08 768x1024 อะโว 2

การดูแลรักษา

(1) การให้น้ำ ในระยะแรกของการปลูกต้นอะโวคาโด ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ดินชุ่มชุ่มชื้นแต่ไม่ควรให้น้ำขัง เมื่อต้นอะโวคาโดเจริญเติบโตขึ้นต้องการปริมาณน้ำมาก โดยอาจเลือกระบบบการให้น้ำตามความเหมาะสมของระยะการเจริญเติบโตของต้นอะโวคาโด เช่น แบบน้ำหยด มินิสปริงเกอร์ เป็นต้น และเมื่อต้นอะโวคาโดถึงระยะออกดอกควรลดการให้น้ำ

(2) การให้ปุ๋ย หลังจากปลูกต้นอะโวคาโด 1 เดือน สามารถใส่ปุ๋ยเพื่อการเจริญเติบโตได้ตามความเหมาะสม

(3) การกำจัดโรคและศัตรูพืช ให้ทำการสำรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันและวางแผนในการกำจัดโรคและศัตรูพืช

การเก็บเกี่ยว

(1) อะโวคาโดตาก สามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี ตามระยะเวลาที่เหมาะสมของแต่ละสายพันธุ์

(2) ควรเก็บเกี่ยวด้วยวิธีการตัดที่ขั้วผล หรือสอยด้วยตะกร้อที่มีผ้ารองรับผล หรือตามความเหมาะสม

ลักษณะภูมิประเทศ

จังหวัดตากเป็นจังหวัดในภาคเหนือ ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นป่าและภูเขาสลับชับซ้อน มีเทือกเขาถนนธงชัยเป็นแนวยาวตั้งแต่เหนือจรดใต้ พื้นที่ของจังหวัดแบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ ด้านตะวันออก ประกอบด้วย4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองตาก อำเภอบ้านตาก อำเภอสามเงา และอำเภอวังเจ้า สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงและที่ราบสูงลาดเอียงลงไปทางทิศตะวันออกสู่แม่น้ำนิ่งและแม่น้ำวัง ทำให้เกิดพื้นที่ราบแคบริมสองฝั่งของแม่น้ำและด้านตะวันตก ประกอบด้วย 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ อำเภอแม่ระมาด อำเภออุ้มผางและอำเภอท่าสองยาง

สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง มีพื้นที่ราบเหมาะสมสำหรับทำการเกษตรโดยพื้นที่ของจังหวัดตาก มีพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 400 – 1,200 เมตร ซึ่งเป็นระดับความสูงที่เหมาะสมสำหรับการปลูกต้นอะโวคาโด นอกจากนี้ยังตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ำที่สำคัญ ได้แก่ แม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำกลอง แม่น้ำเมย คลองวังเจ้า และห้วยแม่ละเมา ทำให้มีน้ำตลอดทั้งปี ประกอบกับลักษณะธรณีวิทยาที่มีหินแปร หินตะกอน หินอัคนี และตะกอนร่วนซึ่งเป็นลักษณะตะกอนเป็นชั้นกรวดปนทราย และดินเหนียว มีเศษพืชและกิ่งไม้จำนวนมาก ลักษณะของชุดดินในพื้นพื้นที่เป็นกลุ่มชุดดินที่ 29 เกิดจากดินพวกตะกอนลำน้ำ หรือเกิดจากสลายตัวผุผังของดินหลายชนิดทำให้มีเนื้อดินที่ละเอียด และกลุ่มชุดดินที่ 46 มีเนื้อดินเป็นพวกดินเหนียวปนกรวดหรือปนลูกรัง ดินสีน้ำตาล หรือสีเหลือง หรือสีแดง

โดยพบว่าเนื้อดินของทั้ง 2 กลุ่มชุดดิน มีลักษณะเด่น คือ มีความอุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี ส่งผลให้ในช่วงฤดูฝนน้ำไม่ท่วมขัง ซึ่งดินสามารถดูดขับน้ำไว้ได้ในปริมาณที่เป็นประโยชน์กับพืชและมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 5 – 7 ประกอบกับมีธาตุเหล็กและแมงกานีสสะสมในดินมาก

ลักษณะภูมิอากาศ

ลักษณะภูมิอากาศของจังหวัดตากโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม มีอากาศร้อนอบอ้าวโดยทั่วไป ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคมซึ่งเป็นระยะที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดเข้าสู่ประเทศไทย อากาศจะเริ่มชุ่มชื้นและมีฝนตกชุกตั้งแต่ประมาณกลางเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป และมีฝนตกมากที่สุดในเดือนกันยายน และฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทย อากาศโดยทั่วไปหนาวเย็น แห้งและมีอากาศหนาวที่สุดในเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม

จากลักษณะภูมิประเทศและลักษณะภูมิอากาศดังกล่าว และพื้นที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 400 – 1,200 เมตร และอยู่ใกล้แหล่งน้ำส่งผลให้มีน้ำตลอดทั้งปี ประกอบกับลักษณะของชุดดิน ที่มีความอุดมสมบูรณ์ การระบายน้ำดี ส่งผลให้ในช่วงฤดูฝนน้ำไม่ท่วมขัง ดินสามารถดูดซับน้ำไว้ได้ในปริมาณที่เป็นประโยชน์กับพืช ประกอบกับมีธาตุเหล็กและแมงกานีสสะสมในดินมาก ซึ่งเป็นธาตุอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของอะโวคาโดที่เหมาะสม ส่งผลให้เนื้ออะโวคาโดตากมีรสสัมผัสเหนียวหนึบ รสชาติมัน มีกลิ่นหอม ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของอะโวคาโดตาก

ประวัติความเป็นมา

เมื่อปี พ.ศ. 2505 นายธงชัย วงศ์เสรี หัวหน้าสถานีทดลองพืชสวนดอยมูเซอ จังหวัดตาก (ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตาก จังหวัดตาก) ได้นำเมล็ดอะโวคาโดมาปลูกเพื่อการปรับปรุงพันธุ์ ณ สถานีทดลองพืชสวนดอยมูเซอ จังหวัดตาก และพบว่ามีการเจริญเติบโต ผลผลิตมีคุณภาพดี จึงดำเนินการคัดเลือกและทดสอบศักยภาพสายพันธุ์เรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ. 2528 ได้คัดเลือกสายพันธุ์จากแหล่งรวบรวมสายพันธุ์ต่างๆจำนวน 800 ต้น คัดเลือกพันธุ์ที่ผลผลิตมีคุณภาพดี จำนวน 40 ต้น ซึ่งถูกพัฒนาและกระจายพันธุ์เรื่อยมา และในช่วงปี พ.ศ. 2531 – 2533 เป็นต้นมา มีโครงการพัฒนาเฉพาะพื้นที่พบพระ (พพพ.) และโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินศรีราษฎร์ อำเภอพบพระ (โครงการ จคพ.) ที่ได้อพยพเกษตรกรจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางและทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งได้มีการจัดสรรที่ทำกินให้กับเกษตรกรที่ถูกอพยพมาพร้อมกับได้มีการมอบพันธุ์พืชส่วนหนึ่งให้แก่เกษตรกร โดยมีอะโวคาโดเป็นหนึ่งในพันธุ์พืชที่ได้มอบให้เกษตรกร ณ ขณะนั้น ทำให้ อะโวคาโดเริ่มแพร่หลายในจังหวัดตาก แต่เนื่องจากเกษตรกรยังไม่รู้จักวิธีการบริโภค จึงได้ประโยชน์จากอะโวคาโดด้วยการใช้เป็นอาหารสัตว์เท่านั้น

ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ ทรงปลูกต้นกล้าอะโวคาโด ณ บ้านรวมไทยพัฒนา 1 ตำบลไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก พร้อมพระราชทานต้นกล้าอะโวคาโดให้ตัวแทนเกษตรกร ทำให้เกษตรกรในพื้นที่รู้จักวิธีการปลูก และบริโภคอะโวคาโดเพิ่มมากขึ้นด้วยเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดี ผลผลิตมีคุณภาพดี จึงได้มีการขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มมากขึ้น

ต่อมาในปี พ.ศ. 2548 กรมส่งเสริมการเกษตร โดยกองพัฒนาพื้นที่สูง และสำนักงานเกษตรอำเภอพบพระได้มีการพัฒนาพันธุ์อะโวคาโดอย่างจริงจัง จนได้ผลผลิตอะโวคาโดที่มีคุณภาพดีเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคอย่างแพร่หลาย จนมีคำพูดติดปากว่า หากเป็นอะโวคาโดต้องอะโวคาโดจังหวัดตาก อำเภอพบพระ ด้วยเหตุนี้จังหวัดตากจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญและได้จัดงาน “วันเกษตรพบพระ” ขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์อะโวคาโด สินค้าเกษตร และของดีจังหวัดตากให้เป็นที่รู้จัก

ขอบเขตพื้นที่การปลูกอะโวคาโดตาก ต้องปลูกบนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งแต่ 400 -1,200 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัดตาก

publish225 page 0006cdh