“ส้มบางมด” GI รสชาติหวานอมเปรี้ยว ของดี กทม.

“ส้มบางมด” (Bang Mod Tangerine) หมายถึง ส้มพันธุ์เขียวหวานที่มีลักษณะผลทรงกลมมนหรือแป้นเล็กน้อย ผิวส้มมีรอยแตกเป็นเส้นลาย เปลือกบาง ชานนิ่ม ปอกง่าย กลีบแยกออกจากกันง่าย ผนังกลีบบาง มีรกน้อย เนื้อสีส้ม รสชาติหวานอมเปรี้ยว ซึ่งปลูกในพื้นที่ 8 เขต ของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ เขตจอมทอง เขตทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะ เขตบางขุนเทียน เขตบางบอน เขตภาษีเจริญ เขตบางแค และเขตหนองแขม ทั้งนี้กรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศให้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ( GI ) “ส้มบางมด” เมื่อ 2 มีนาคม พ.ศ.2561

look orange1 300x149 1

การปลูก

(1) กิ่งพันธุ์ที่นำมาปลูก เป็นกิ่งพันธุ์จากในพื้นที่แหล่งผลิตเองและกิ่งตอนจากอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ที่มีความแข็งแรงสมบูรณ์

(2) ฤดูที่เหมาะสมในการปลูก คือ ช่วงต้นฤดูฝน เดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม

(3) สภาพพื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูก คือ พื้นที่เป็นดินร่วนปนตะกอน และมีสภาพเป็นดินลักจืด ลักเค็ม

(4) ปลูกแบบยกร่อง เป็นร่องดินสลับกับร่องน้ำ ท้องร่องมีความลึก 1 เมตร กว้าง 1 เมตร ความกว้างของร่องอก 4 เมตร พรวนดินให้เป็นสันแบบหลังเต่า และขุดโขดยาว 2 เมตร โดยทิ้งไว้ 1 เดือน ก่อนปลูกแถวปลูกมีระยะห่างระหว่างต้น 3 – 4 เมตร หรือตามความเหมาะสมของพื้นที่ โดยปลูกตามแนวยาวของร่องสวน ร่องละ 1 แถว

462857072 3871174683205813 7794953494694771276 n

(5) ช่วงระยะปีที่ 1 – 3 จะปลิดผลที่อยู่บนยอดออกเพื่อเลี้ยงลำต้น เมื่อต้นส้มอายุได้ 5 – 6 ปีขึ้นไปก็จะเก็บผลผลิตได้อย่างเต็มที่

(6) การให้น้ำ ช่วงแรกต้องรดน้ำทุกวันแต่ต้องไม่รดมากเกินไป ในเวลา 2 – 3 เดือน ต้นส้มจะเริ่มแข็งแรงขึ้น

การเก็บเกี่ยว

(1) ระยะเก็บเกี่ยวผลผลิตที่เหมาะสม คือ ช่วงเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม

(2) วิธีการเก็บ จะไม่มีเครื่องช่วยเก็บแต่จะใช้มือเก็บผลส้มโดยการเด็ดออกจากต้น ในการเก็บจะต้องใช้ความชำนาญมาก เพราะหากเก็บไม่เป็นจะทำให้เปลือกตรงขั้วส้มฉีกขาด

ลักษณะภูมิประเทศ

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีอาณาเขตติดต่อทะเลที่เขตบางขุนเทียน มีความยาว 5 กิโลเมตร อยู่ระหว่างชายฝั่งทะเลของจังหวัดสมุทรสาครและสมุทรปราการ ภายในพื้นที่ทั้งหมดมีลำคลองและซอยคลองต่างๆ ประมาณ 200 กว่าคลองเชื่อมต่อถึงกัน สภาพดินเป็นชุดดินธนบุรี มีปริมาณโปแตสเซียมและฟอสฟอรัสสูงกว่าในพื้นที่อื่น มีระดับน้ำใต้ดิน มีสภาพอุณหภูมิกลางวันและกลางคืนไม่ต่างกัน มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยตลอดทั้งปี โดยปกติในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำจืดจากภาคเหนือผ่าน และในช่วงฤดูแล้งจะมีน้ำเค็มไหลย้อนขึ้นมาตามคลองสายต่างๆ เป็นดินที่เรียกกันว่า “ลักจืด ลักเค็ม” ส่งผลทำให้ส้มบางมดมีรสชาติที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

ประวัติความเป็นมา

เดิมชาวบางมดเป็นเพียงชาวนาชาวสวนที่ปลูกข้าวปลูกผักเพื่อหารายได้เท่านั้น เมื่อการประกอบอาชีพทำนาทำให้เกิดความยากลำบากจึงมองหาอาชีพใหม่มาทดแทน ในปี พ.ศ.2468 นายเสมเป็นคนแรกที่นำกิ่งตอนจากบางกอกน้อยมาปลูกในตำบลบางมด การริเริ่มประสบความสำเร็จได้ผลผลิตของส้มมากกว่าที่คิดไว้ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ชาวบางมดหันมาปลูกส้มกัน แต่การปลูกส้มของชาวบางมดนั้นจะต้องมีการยกร่องเป็นร่องดินสลับกับร่องน้ำ ซึ่งนับเป็นความลำบากมากเพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพลิกผืนนาที่แตกระแหงให้เป็นท้องร่องที่ใช้ในการปลูกส้ม ผลที่ได้จากความสำเร็จในการปลูกส้มทำให้ชาวสวนส้มบางมดมีฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น พื้นที่ตำบลบางมดในช่วงนั้นหอมไปด้วยกลิ่นดอกส้ม สิ่งนี้เองเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จที่รออยู่ในอนาคต ทำให้ชาวบางมดมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นและกลิ่นดอกส้มนี้ยังเป็นสิ่งที่แสดงถึงส้มที่มีรสชาติเลื่องลือสมชื่อ “ส้มบางมด”

SCH61100102 page 0005cd