กระแส “แหนแดง” พืชมหัศจรรย์ มาแรงสุดๆ เมื่อปุ๋ยราคาแพง

แหนแดง

กระแส “แหนแดง ” แรงขึ้นมาสุดๆ เมื่อปุ๋ยราคาแพงมากขึ้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลายหน่วยงานต่างหนุนเกษตรกรใช้ “แหนแดง “ทดแทนปุ๋ยเคมีในแปลงพืชผักและนาข้าว ซึ่งให้ธาตุไนโตรเจนสูงกว่าพืชตระกูลถั่ว ชูเป็นพืชมหัศจรรย์ตอบโจทย์ด้านเกษตรครบวงจร

แหนแดง (Azolla spp.) เป็นเฟิร์นน้ำขนาดเล็กพบอยู่ทั่วไป บริเวณน้ำนิ่ง มีคุณสมบัติเป็นทั้งปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยชีวภาพ และอาหารสัตว์ เนื่องจากในใบของแหนแดงมีสาหร่ายสีเขียวแกรมน้ำเงิน (Cyanobacteria) อาศัยอยู่ ซึ่งสามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศได้ ทำให้แหนแดงเจริญเติบโตได้เร็วและมีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบสูง แหนแดงสามารถสลายตัวได้ง่ายและปลดปล่อยไนโตรเจนและธาตุ อาหารพืชอื่นๆ ออกมาได้เร็ว

จากคุณสมบัติดังกล่าวจึงมีการนำ”แหนแดง ” แห้งมาใช้เป็นแหล่งธาตุไนโตรเจนให้กับผักโดยเฉพาะผักรับประทานใบและลำต้น

แหนแดง 3

นอกจากนั้น”แหนแดง” เป็นปุ๋ยพืชสดที่สำคัญ และมีศักยภาพสูงที่สามารถนำมาใช้ในระบบเกษตรพอเพียง เพื่อร่วมกับการปลูกข้าวทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมีไนโตรเจน นอกจากนี้ยังสามารถลดการเจริญเติบโตของวัชพืชในนาข้าวเป็นอย่างดี

ประโยชน์ของแหนแดง

1. ทดแทน หรือลดการใช้ปุ๋ยเคมีไนโตรเจน

2. ใช้ควบคุมวัชพืชในนาข้าว ลดปริมาณการใช้แทนเคมีกำจัดวัชพืช

3. ใช้ทดแทนปุ๋ยเคมี หรือลดการใช้ปุ๋ยเคมี มีต้นทุนกำไรผลิตลดลง

4. เพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน

5. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยเคมี หากใช้แหนแดงร่วมกับปุ๋ยเคมี อัตราแนะนำสามารถเพิ่ม ผลผลิตข้าวได้ประมาณ 15%

6. สามารถใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์สำหรับพืชผัก และไม้ผลอื่นๆได้

7. สามารถนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์จำพวกเป็ด ไก่ ปลา และสุกรได้

8. มีต้นทุนการผลิตต่ำ

พันธุ์แหนแดง ที่เหมาะกับไทย กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ได้ปรับปรุงพันธุ์แหนแดงสายพันธุ์อะซอลล่า ไมโครฟินล่า ซึ่งให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์พื้นเมืองถึง 10 เท่าและสามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลา 30 วันให้ผลผลิตแหนแดงสดถึง 3 ตัน/ไร่ และสามารถตรึงไนโตรเจนได้ถึง 5-10 กิโลกรัม/ไร่ โดยหลังจากแหนแดงย่อยสลายจะปลดปล่อยธาตุอาหารออกมาให้พืชได้อย่างรวดเร็ว

เอกสารของกรมวิชาการเกษตร บ่งชี้ว่า คุณสมบัติของแหนแดงพันธุ์กรมวิชาการเกษตร เมื่อหว่านแหนแดงไปในนา 1 ไร่ จะมีผลผลิตแหนแดง 3,000 กก. (3 ตัน) เทียบได้กับปุ๋ยยูเรีย 7-10 กก. ซึ่งเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของข้าว

ที่ผ่านมา แหนแดง ได้ถูกนำมาใช้ประโยน์เป็นปุ๋ยพืชสดเฉพาะในข้าวเพียงพืชเดียวเท่านั้นนักวิจัยของกรมวิชาการเกษตรจึงมีแนวคิดที่จะต่อยอดนำแหนแดงไปใช้ประโยชน์กับพืชอื่นให้หลากหลายชนิดมากขึ้น ประกอบกับมีกระแสส่งเสริมเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ แหนแดง จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญที่ตอบโจทย์การทำเกษตรอินทรีย์เพราะสามารถใช้ทดแทนปุ๋ยเคมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เนื่องจากเกษตรกรสามารถผลิตและขยายพันธุ์แหนแดงไว้ใช้ได้เองโดยมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำมาก โดย แหนแดง แห้ง 1 กิโลกรัมสามารถใช้ในพื้นที่ปลูกผักประมาณ 2 ตารางเมตร ซึ่งเมื่อเทียบกับปุ๋ยยูเรียแหนแดงแห้ง 1 กิโลกรัม มีปริมาณธาตุอาหารเท่ากับปุ๋ยยูเรีย ประมาณ 100 กรัม (1 ขีด)

แหนแดง เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ในการลดการใช้ปุ๋ยเคมี ด้วยคุณสมบัติของการเป็นพืชปุ๋ยสด เหมาะสำหรับเกษตรกรสายเกษตรอินทรีย์