เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา เวลา 16.30 น. นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ปล่อยแถวชุดเคลื่อนที่เร็ว อำเภอโคกเจริญ และอำเภอสระโบสถ์ ลาดตระเวน 24 ชั่วโมง เพื่อตรวจพื้นที่ทางการเกษตร ไร่อ้อย และเฝ้าระวังไฟป่าที่จะเกิดขึ้น ป้องกันปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 พร้อมทั้งกำชับแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ จับกุม / ป้องปรามและสร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรในการงดการเผาอ้อยและวัชพืชในที่โล่ง และกำชับให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เผาทุกรายโดยไม่มีข้อยกเว้น
ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงเช้า ผู้ว่าฯ ลพบุรี เรียกประชุมส่วนราชการ/หน่วยงาน อำเภอ เพื่อกำชับ และเร่งหาแนวทางป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี เน้นย้ำทุกหน่วยงานเคร่งครัดดำเนินการตามข้อสั่งการนายกฯ พร้อมยกระดับมาตรการฉุกเฉินการปฏิบัติการในการแก้ไขปัญหา ฝุ่นละออง PM2.5 ในช่วงสถานการณ์วิกฤต คือ
1.ฝ่ายปกครองทุกพื้นที่จัดชุดลาดตระเวนเฝ้าระวังตรวจตราป้องกันการเผาในพื้นที่ ตลอด 24 ชม. (3 ผลัด)
2.กรณีพบผู้กระทำการเผา (ฝ่าฝืนประกาศจ.ลพบุรี เรื่องห้ามบุคคลทำการเผาในที่โล่ง) ให้นายอำเภอในฐานะ ผู้อำนวยการอำเภอเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ ตาม พ.ร.บ. พ.ศ. 2550 ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำการเผา จนถึงที่สุด
3.ให้ อปท.ประกาศเป็นเขตพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
4.ให้อุตสาหกรรม เข้าตรวจสอบโรงงานน้ำตาลในพื้นที่ งดรับอ้อยเผา และให้ภาคประชาชนเข้าร่วมตรวจสอบ
5.กรณีไฟป่า ให้ป่าไม้จ.ลพบุรี จัดทำแนวกันไฟ ร่วมกับ อปท.ที่ได้รับถ่ายโอนภารกิจป่าสงวน พร้อมสั่งการห้ามเข้าพื้นที่ป่าไม้ ป่าสงวน ป่าอนุรักษ์ ในเวลา 18.00 – 06.00 น. เพื่อป้องกันผู้ลักลอบหาของป่า เข้าไปทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการเผาไหม้
6.ขอความร่วมมือ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน รัฐวิสาหกิจ สถานศึกษา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในความดูและของ อปท. WFH 50%
7.ให้ สสจ.ลพบุรี เร่งดำเนินการให้ความรู้ ประชาชนในการทำห้องปลอดฝุ่น รวมทั้งสถานที่ราชการ บริษัทเอกชนต่างๆ ด้วย
และสุดท้าย ผู้ว่าฯลพบุรี ประกาศให้รางวัลนำจับแก่ผู้แจ้งเบาะแสชี้นำให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดดังกล่าวได้ รายละ 10,000 บาท โดยใช้เงินส่วนตัวสามารถแจ้งได้ที่ ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 หมายเลขโทรศัพท์ 1784 , 1599 หรือ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง